• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

เลือกตั้งครั้งนี้ “พรรคไหนดี???” กับ คุณพอล ภัทรพล

วันที่ 4 มี.ค. 62 คุณภัทรพล ศิลปาจารย์ หรือ คุณพอล ได้โพสต์คลิปวิดีโอของตนเอง ลงในเพจเฟซบุ๊ก Paul Pattarapon พอล ภัทรพล โดยคลิปนี้มีชื่อว่า “พรรคไหนดี???” ซึ่งคุณพอลกล่าวว่า มีอยู่พรรคหนึ่งที่ชอบ และเขาก็สนับสนุนให้ช่วยกันเลือกพรรคนี้ในวันที่ 24 มีนาคมที่จะถึงนี้ แต่พรรคที่ว่านี้คือพรรคอะไรล่ะ?

ก่อนที่คุณพอลจะเฉลยว่าพรรคที่เขาเลือกคือพรรคอะไร คุณพอลเกริ่นเริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นกับภรรยาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา คุณพอลฉุกคิดและตั้งคำถามกับตนเองว่า ญี่ปุ่น เคยโดนระเบิดปรมาณู 2 ลูก ชาวญี่ปุ่นล้มตายไปมากมายจนต้องยอมแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ในขณะที่ประเทศไทยไม่ได้แพ้สงครามเพราะว่าประเทศไทยเข้ากับทุกฝ่าย

 

(บน) ฮิโรชิม่า 1945
(ล่าง) ฮิโรชิม่า 2015
ภาพข่าวจาก www.reuters.com

 

หากจะเปรียบเทียบ ก็เท่ากับว่าญี่ปุ่นติดลบอย่างมหาศาลจากการพ่ายแพ้สงคราม แทบจะถอยหลังไป 10-20 ปี ส่วนไทยไม่ได้บวกและก็ไม่ได้ติดลบ แต่ไทยก็อยู่กลางๆ พอเวลาผ่านไปเกือบ 75 ปี ในปัจจุบันญี่ปุ่นกลับแซงหน้าประเทศไทยไปไกลมาก แถมญี่ปุ่นยังมีสถิติ GDP ติดอันดับ 3 ของโลก ทั้งๆที่ญี่ปุ่นติดลบจนแทบจะล่มสลายจากสงครามโลก

อีกประเทศหนึ่งที่คุณพอลยกขึ้นมาเป็นตัวอย่างก็คือ สิงคโปร์ ที่มีประชากรเพียง 5-6 ล้านคน แต่ GDP ของสิงคโปร์กลับสูงมากกว่าประเทศไทยอย่างเห็นได้ชัด ทั้งๆที่ประเทศไทยมีประชากร 70 ล้านคน ซึ่งมากกว่าสิงคโปร์หลายเท่าตัว

 

สิงคโปร์ในปัจจุบัน

 

แล้วคุณพอลก็ยกตัวอย่างอีกประเทศหนึ่งขึ้นมา นั่นก็คือเกาหลีใต้ โดยที่คุณพอลบอกว่า 20-30 ที่แล้ว ไทยและเกาหลีใต้ มีความคล้ายกันอย่างกับฝาแฝด ทั้งในเรื่องของจำนวนประชากร, รายได้, และขนาดของประเทศ

(ซ้าย) กรุงโซล 1980’s – (ขวา) กรุงเทพฯ 1980’s

 

แต่ปัจจุบันทั้ง 2 ประเทศนี้ไม่ใช่ฝาแฝดเลย เกาหลีใต้สามารถผลิตรถยนต์, มือถือ, ทีวี, และสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าหลากหลายแบรนด์เนม ขายส่งออกไปทั่วโลก แม้แต่ภาพยนตร์, ละครซีรีย์, เพลง, และสื่อบันเทิงทั้งหลายของเกาหลีใต้ ก็ได้รับความนิยมไปทั่วโลก

ทั้ง 3 ประเทศที่คุณพอลยกตัวอย่างมานี้ คุณพอลได้ตั้งคำถามว่า “เรามีอะไรสู้เขาไม่ได้? เราสู้เขาไม่ได้ตรงไหน? ทั้งๆที่เราก็มี 2 แขน 2 ขา 1 สมองเหมือนกัน” ซึ่งคำถามตรงนี้ คุณพอลมีมุมมองว่า มีอยู่ 2 ข้อที่ประเทศไทยไม่มี ทำให้ประเทศไทยสู้ประเทศเหล่านี้ไม่ได้ ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องเงิน, ทรัพยากร ,หรือความรู้

คุณพอลมองว่า สิ่งที่ประเทศเหล่านี้มี ข้อที่ 1 เลยก็คือ “หนึ่งเดียว” ประชาชนใน 3 ประเทศนี้มีความเป็นหนึ่งเดียว แต่ไม่ได้หมายความว่าประชากรหลายสิบล้านคนในประเทศเหล่านี้ จะไม่มีความขัดแย้งหรือไม่เห็นต่างกัน มันเป็นไปได้ยากมากที่คนหลายสิบล้านคนจะเห็นตรงเหมือนกันหมด แต่ประชาชนทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันก็คือ เพื่อให้ชาติพัฒนา และชาติจะพัฒนาได้ ก็ต่อเมื่อทุกคนช่วยกัน ไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง และไม่ใช่รอให้อัศวินขี่ม้าขาวมาช่วย หรือรอให้คนใดคนหนึ่งมาช่วย แต่คือทุกคนต่างหาก ที่มีหน้าที่ช่วยพัฒนาประเทศชาติ

คุณพอลยกตัวอย่างเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นขึ้นมาอีกครั้ง เกี่ยวกับเรื่องการทิ้งขยะ ซึ่งตอนที่คุณพอลไปเที่ยวญี่ปุ่นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เขาแทบจะไม่เห็นถังขยะตามพื้นที่สาธารณะเลย เพราะประชาชนทุกคนจะต้องนำขยะที่ตัวเองมี กลับไปทิ้งที่บ้านของตนเอง ซึ่งคุณพอลมองว่านี่คือความเป็นหนึ่งเดียว ถึงแม้บางคนจะมองว่า มันเป็นกฎหมายของญี่ปุ่นที่ทุกคนต้องนำขยะกลับไปทิ้งที่บ้าน แต่ถ้าหากประชาชนไม่คิดที่จะทำตาม มันก็ไม่เกิดผล

หากย้อนกลับมาบ้านเรา กฎหมายกฎระเบียบต่างๆ ประเทศไทยของเรามีบัญญัติไว้หมดทุกข้อ แต่เราก็ยังทำผิด ไม่ปฏิบัติตามให้เป็นระเบียบวินัย ไม่ว่าจะเป็นการฝ่าสัญญาณไฟจราจร ขับจักรยานยนต์บนฟุตบาท หรือไม่สวมหมวกกันน๊อก ซึ่งความเป็นหนึ่งเดียวในความหมายของคุณพอลก็คือ ถ้าไม่ทำ ไม่ปฏิบัติตามให้เป็นระเบียบวินัย มันก็ไม่เกิดประโยชน์

และข้อที่ 2 ซึ่งเป็นข้อที่สำคัญที่สุด ที่คุณพอลเห็นจาก 3 ประเทศนี้ ก็คือ ประชาชนใน 3 ประเทศนี้ เขาเห็นผลประโยชน์ส่วนรวม มาก่อนผลประโยชน์ส่วนตน โดยคุณพอลยกตัวอย่างเรื่องไฟสัญญาณจราจรว่า ถ้าหากไฟเขียวเปลี่ยนเป็นไฟเหลือง ผู้ขับขี่รถยนต์ที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมก็จะหยุดรถ ไม่เหยียบคันเร่งใส่ไฟเหลืองก่อนที่จะเป็นไฟแดง เพื่อให้คนอื่นๆเดินข้ามถนนได้อย่างปลอดภัย ถึงแม้ตนเองอาจจะไปทำงานสาย หรือไปถึงที่หมายช้ากว่าเดิมก็ตาม

แต่หากย้อนกลับมาดูคนบ้านเรา คนที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนก่อนผลประโยชน์ส่วนรวม ก็มักจะเหยียบคัดเร่งให้เร็วขึ้นก่อนที่ไฟเหลืองจะเป็นไฟแดง เพราะกลัวว่าตนเองจะไปถึงที่หมายช้ากว่าเดิม โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่นที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน

นอกจากนั้นแล้ว คุณพอลยังมองว่า ไม่ใช่แค่เรื่องระเบียบการจราจร แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่คนไทยหลายคนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมาก่อนส่วนรวม ซึ่งหลายๆเรื่องนี้ มันก็สะสมพอกพูนรวมกันมาเรื่อย เป็นเวลาหลายทศวรรษ ทำให้ประเทศไทยมีพัฒนาการที่ช้ากว่า 3 ประเทศนี้ค่อนข้างมาก

ประเทศไทยกับ 3 ประเทศนี้ เริ่มออกสตาร์ทในสภาพที่ใกล้เคียงกัน บางประเทศออกสตาร์ทในสภาพที่แย่กว่าประเทศไทยด้วยซ้ำไป แต่พวกเขากลับแซงหน้าและทะยานสูงไปกว่าพวกเรามาก ซึ่งถ้าหากเรายังทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เราจะตามพวกเขาไม่ทัน

สุดท้าย คุณพอลก็เฉลยคำตอบว่า พรรคไหนดีที่จะชวนให้ทุกท่านเลือก และนั่นก็คือ “พรรคพวกเราคนไทยด้วยกันนี่แหละครับ” เพราะไม่ว่ายังไง ทุกรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีทุกคน ก็อยู่แค่ 4-8 ปี แต่คนที่ยังคงเดินหน้าต่อไปก็คือ พวกเราคนไทยทุกคน การได้ผู้นำรัฐบาลไม่ใช่ว่าไม่สำคัญ การได้คนดีมีความรู้ความสามารถ มาเป็นนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศ คือสิ่งที่ดีอย่างแน่นอน แต่ก็ดีไม่เท่าคนไทย 70 ล้านคนร่วมแรงร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียว ช่วยกันพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า

3 ประเทศที่ยกมาให้ดูเป็นตัวอย่างนี้ มีอะไรบ้างที่เราจะสู้เขาไม่ได้ จำนวนประชากรและพื้นที่ของสิงคโปร์มีน้อยกว่าเรา เกาหลีใต้เคยสูสีเท่าเรา ญี่ปุ่นพ่ายสงครามโลกอย่างย่อยยับ 3 ประเทศนี้ก็ยังเติบโตได้ ซึ่งคุณพอลมองว่า เราสู้เขาได้ เพียงแต่ว่าเรายังขาด “ความเป็นหนึ่งเดียว” กับ “ความเสียสละเพื่อส่วนรวม” และไม่แน่ว่าอาจจะมีปัจจัยอื่นมากกว่านั้น แต่ถ้าหากคนไทยมี 2 สิ่งนี้ ประเทศไทยสามารถแข่งขันสู้กับประเทศอื่นได้ และไม่แน่ว่าเราอาจจะแซงหน้าประเทศอื่นก็ได้

การเมืองไทยในตอนนี้ อาจเต็มไปด้วยความขัดแย้งและความเกลียดชัง แต่ถ้าหากคุณลดอคติทางการเมือง ลดความอาฆาตพยาบาทให้เหลือน้อยที่สุด แล้วหันมามองผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ด้วยเป้าหมายหนึ่งเดียวกัน เพื่อให้ประเทศชาติพัฒนาต่อไปได้ ไม่ว่าชาติไหนก็สู้ประเทศไทยไม่ได้ ฉะนั้นในวันที่ 24 มีนาคม ที่จะถึงนี้ ไม่ว่าคุณจะเลือกพรรคไหนก็ตาม เราทุกคนคือ “พรรคพวกเรา” หรือก็คือ “พรรคคนไทย” ด้วยกันนี่แหละครับ

ที่มา
https://www.facebook.com/paulpattaraponofficial/videos/2020501948047433/

…………………………….
เรียบเรียง:
เสือน้อยในเมืองกรุง

Illustrartor: Rawin Jarureangsri